product :

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัล-กุรอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัล-กุรอ่าน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

7 เทคนิคให้ได้ใกล้ชิดกับอัลกุรอาน

7 เทคนิคให้ได้ใกล้ชิดกับอัลกุรอาน




คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ไม่ค่อยได้สัมผัสกับอัลกุรอาน หรือ คุณอ่านมันทุกวันแต่ไม่ได้พบสิ่งที่มีผลกระทบต่อตัวคุณเลย ไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหน เราขอเสนอเทคนิคที่จะให้ได้ใกล้ชิดกับอัลกุรอานดังนี้

1. ก่อนที่คุณจะสัมผัสกับอัลกุรอาน ซึ่งเป็นคัมภีร์จากอัลลอฮฺนั้น ตรวจสอบหัวใจคุณดูก่อนว่า คุณอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อสิ่งใด คุณเพียงอ่านเพื่อหาข้อความบางข้อความ หรือเพียงอ่านแล้วก็จบจากไป ได้โปรดถามตัวคุณเองอย่างซื่อสัตย์และจริงใจกับตัวเองว่าอ่านเพื่อสิ่งใด ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้ถูกท่านหญิงอาอีชะห์ กล่าวถึงท่านว่า ท่านคือ “อัลกุรอานที่เดินได้” ทั้งนี้เพราะท่านศาสดา (ซ.ล.)ไม่ได้เพียงแค่อ่านเท่านั้น แต่ท่านทำให้สิ่งที่อยู่ในกุรอานนั้นอยู่ในชีวิตของท่าน

2. คุณมีน้ำละหมาดหรือยัง? การเอาน้ำละหมาดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อีกทั้งยังเป็นการเตือนตัวคุณเองด้วยว่าคุณกำลังจะอ่านหนังสือที่ต่างไปจากหนังสือทั่วไปที่คุณอ่าน คุณกำลังจะสัมผัสกับหนังสือของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพื่อที่จะเข้าใกล้ชิดกับพระองค์ ดังนั้นความสะอาดจึงเป็นสิ่งที่คุณควรคำนึงเป็นสิ่งแรก

3. เริ่มด้วยการอ่านวันละ 5 นาที การอ่านอัลกุรอานเป็นชั่วโมง อาจจะดูมากเกินไป ยิ่งถ้าคุณอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมพอที่ใช้เวลามาก ขอให้เริ่มด้วยวันละ 5 นาทีเท่านั้น และพยายามรักษามันไว้ จากนั้นอิชชาอัลลอฮฺ คุณจะสังเกตเห็นว่า มันจะค่อยๆ เพิ่มเป็นวันละ 10 , 15 นาที และอาจเป็นชั่วโมงได้เลยทีเดียว

4. คุณได้เข้าใจในสิ่งที่คุณอ่านหรือเปล่า การใช้เวลาอ่านอัลกุรอาน 5 นาทีต่อวันเป็นภาษาอาหรับนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่คุณควรจะถามตัวเองด้วยว่าคุณได้เข้าใจในสิ่งคุณอ่านหรือเปล่า คุณควรจะมีหนังสือที่แปลกรุอานที่คุณอ่านอยู่นั้นเป็นภาษาที่คุณเข้าใจ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณได้เข้าใจในสิ่งที่คุณอ่านนั้น

5. โปรดจำไว้ ว่าหนังสือคัมภีร์อัลกุรอานนั้นเข้าถึงได้ดีกว่าซีดี ปัจจุบันนี้มีกุรอานที่เป็นซีดี และโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากมาย ผู้คนมักเบื่อหน่ายสิ่งที่เป็นรูปเล่มหนังสือ แต่กุรอานไม่ได้เป็นเช่นนั้น โปรดจำไว้ว่า เมื่อคุณอ่านอัลกุรอานคุณกำลังพยายามให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เสมือนพระองค์กำลังพูดอยู่กับคุณผ่านกุรอานนั้น ดังนั้นโปรดอ่านด้วยความตั้งใจ

6. อย่าเพียงแต่อ่านปาวๆ หรือฟังเท่านั้น ปัจจุบันมี เทปคาสเซท ซีดี กุรอาน มีทั้งแปลและไม่ได้แปล จะเป็นการดีมากถ้าคุณได้ใส่สิ่งเหล่านี้ ในวอล์คแมน (ซาวดอะเบาท์) ของคุณ หรือในเครื่องเล่นเครื่องเสียงในรถของคุณ เพี่อที่คุณจะได้ฟังขณะที่กำลังเดินทาง ขอให้ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเพิ่มเติมในชีวิตประจำวันของคุณ แต่ไม่ใช่เป็นการแทนที่คือเปลี่ยนพฤติกรรมจากการอ่านจากเล่มเป็นฟังเครื่องเสียงแทน

7. ขอดุอาอฺจากพระองค์ การขอดุอาอฺจากพระองค์เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอให้พระองค์ได้ให้ทางนำแก่เรา ในขณะที่เราอ่าน ขอด้วยความซื่อสัตย์ มั่นคง ด้วยความรัก ในพระองค์ สื่อสารกับพระองค์ด้วยการอ่าน ทำความเข้าใจ และสรรเสริญในพระองค์

ที่มา: kaireyah.igetweb.com

#Quran_Islamic_Society_Online
#God_Islamic_Society_Online
#มหัศจรรย์อัลกรุอาน_Islamic_Society_Online
#เรื่องเล่าคติเตือนใจ_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "7 เทคนิคให้ได้ใกล้ชิดกับอัลกุรอาน"

วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

คัมภีร์อัลกุรอ่าน 9 เล่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

คัมภีร์อัลกุรอ่าน 9 เล่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก



อัลกุรอ่านถูกประทานลงมา เมื่อ 1,400 กว่าปีมาแล้ว เป็นคัมภีร์จากฟากฟ้าเล่มเดียวที่ปราศจากการถูกบิดเบือน และแม้นว่านับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันจะมีการเขียนคอด (อักษรลายมือ) ต่างๆ ที่หลากหลายรวมทั้งมีการพิมพ์อัลกุรอ่านออกไปนับล้านๆ เล่ม แต่การค้นพบอัลกุรอ่านฉบับเก่าแก่หลายฉบับเป็นการพิสูจน์ว่า อัลกุรอ่านเล่มนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์และปราศจากการถูกบิดเบือนแต่อย่างใด


1. คัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นอัลกุรอ่านฉบับเก่าแก่ที่สุด ถูกเขียนราวปี ค.ศ 649- 675 หรือ 20-40 ปี หลังการเสียชีวิตของท่านศาสดามุฮัมหมัด (ซล.) เพิ่งมีการพบเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ในหอสมุดมหาวิทยาลัย “ทือบิงเงิน” (Tübingen) ประเทศเยอรมนี โดยที่นักวิจัยเชื่อในความถูกต้องของอายุอัลกุรอ่านเล่มนี้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์



2. คัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้ เขียนขึ้นระหว่าง 200-300 ปีหลังการอพยพของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) (ศตวรรษที่ 9-11 ค.ศ.) มีจำนวน 536 หน้า ค้นพบในเขตพื้นที่ “ ฉงชิ่ง” (Dong Xiang) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน



3. คัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้ เขียนขึ้นในระหว่าง 200-600 ปี หลังการอพยพของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ค้นพบในเขตพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในมัสยิด “Tsih Jih” ในจีน



4. เชื่อว่าคัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้มีอายุเก่าแก่ประมาณ 1,200 ปี เพิ่งถูกค้นพบโดยอิมามประจำมัสยิดในเมือง Bodrum ประเทศตุรกี เมื่อปี 2013 ปัจจุบันเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ อิซมีร์ (Izmir) ตุรกี



5. คัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้ ถูกรู้จักในนาม “ฉบับอุษมาน” เขียนขึ้นในยุคสมัยของคอลีฟะห์อุษมาน (ร.ฎ.) ปัจจุบันเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ ติลยาชายักซ์ (Telyashayakh Museum) ตุรกี ซึ่งฉบับนี้เป็นคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ไม่มีสระ มีน้ำหนัก 80 กิโลกรัม และมีจำนวน 1087 หน้า



6. นักประวัติศาสตร์มีการบันทึกว่า คัมภีร์อัลกุรอ่านเล่มนี้ เขียนขึ้นในศตวรรษที่ 8 ในมักกะห์ หรือมะดีนะห์ ถูกรู้จักในนาม “กุรอ่านมาอิล” (Ma’il Quran) กุรอานฉบับนี้ ถูกเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ กรุงลอนดอนอังกฤษ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และปราศจากการเขียนสระ แต่เนื่องจากทรุดโทรมอย่างมาก จึงมีการดูแลรักษาระมัดระวังมากเป็นพิเศษ



7. คัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้ เขียนขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 650 – 675 เขียนบนหนังแกะ กุรอานฉบับนี้ถูกเก็บรักษาในมัสยิด อัมร์ (Amr Mosque) เมือง ฟิสฏอฏ (Fustat) เขตปริมณฑลของกรุงไคโร อียิปต์ และบางส่วนของคัมภีร์อัลกุรอ่านเล่มนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ แห่งชาติฝรั่งเศส



8. คัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้ เขียนประมาณ 200 ปี หลังการอพยพ ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ซึ่งคัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับนี้ค้นพบโดยวัยรุ่นชาวเยเมนในปี 2012 ในถ้ำแห่งหนึ่ง เมือง อัลดาลี (Ad Dali)



9. คัมภีร์อัลกุรอ่านเล่มนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1972 โดยเจ้าหน้าที่ของมัสยิดกลางเมือง ศอฟา เยเมน ซึ่งคัมภีร์อัลกุรอ่านเล่มนี้เขียนขึ้นในช่วงสิบทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 8 และคัมภีร์อัลกุรอ่านเล่มนี้เป็นฉบับที่บรรดานักศึกษาวิจัยทำการศึกษาในประวัติการเขียน อย่างมากมาย




source

http://www.katibin.fr/2015/03/01/les-plus-anciens-manuscrits-du-coran/
http://www.mtnsh.com/113980
http://news.mwfpress.com/link/13080_images-of-some-of-oldest-quran-manuscripts


#God_Islamic_Society_Online
#มหัศจรรย์อัลกรุอาน_Islamic_Society_Online
#ปาฏิหาริย์แห่งอิสลาม_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "คัมภีร์อัลกุรอ่าน 9 เล่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก"

วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561

อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัย

อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้



ซูเราะฮฺ อัลมุลกฺ เป็นซูเราะฮฺที่ประเสริฐยิ่ง ใครก็ตามที่อ่านซูเราะฮฺนี้ในทุกๆ ค่ำคืน อัลลอฮฺ (ซ.บ) จะปกป้องเขาให้พ้นจากการถูกทรมานในกุโบร์ (หลุมฝังศพ) และจะช่วยเหลือเขาในวันกิยามะฮฺ ซูเราะฮฺนี้จะคือเสบียงของเรา หากเราเข้าใจและปฏิบัติตามความหมายของซูเราะฮฺอัลมุลกฺอย่างเคร่งครัด

ไม่เพียงแค่ปกป้องให้พ้นจากการถูกทรมานในกุโบร์ (หลุมฝังศพ) เท่านั้น แต่ยังมีความประเสริฐอื่นๆ อีกมากมายที่กล่าวไว้ซูเราะฮฺอัลมุลกฺ ดังนี้

1. อัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษให้กับผู้ที่อ่านซูเราะฮฺนี้

จากอาบูฮุรอยเราะฮฺ (ร.ฎ) เล่าว่า ท่านนบี (ซ.ล) กล่าวว่า...

ความว่า “ในอัลกุรอ่านนั้นจะมีอยู่ซูเราะฮฺหนึ่งซึ่งมีทั้งหมด 30 อายะฮฺ ซูเราะฮฺนี้ได้ช่วยเหลือชายคนหนึ่งจนกระทั่งอัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้ให้อภัยโทษแก่เขา ซูเราะฮฺที่ว่านี้คือ ซูเราะฮิ อัล-มุลกฺ” (บันทึกโดย อาบู ดาวูด เลขที่1400, อัตติรมีซีย์ เลขที่2891, อิบนู มาญะฮฺ เลขที่3786)

2. อัลลอฮฺจะทรงปกป้องให้พ้นจากการทรมานในกุโบร์ (หลุมฝังศพ) และถูกลงโทษในนรก

จากอับดุลเลาะฮฺ บิน มัสอูด เล่าว่า ท่านนบี (ซ.ล) กล่าวว่า...

ความว่า “ใครก็ตามที่อ่าน ตะบารอกัล ละซีบิยะดิฮิล มุลก์ หรือซูเราะฮฺ อัล-มุลกฺ ในทุกๆ ค่ำคืนพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ) จะทรงปกป้องเขาให้พ้นจากการทรมานในหลุมฝังศพ” ซึ่งในเวลานั้นท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล) ได้เคยเรียกชื่อซูเราะฮฺนี้ว่า “Al-Mani’ah” ซึ่งแปลว่า “การป้องกัน” ซึ่งใครก็ตามที่สามารถท่องซูเราะฮฺนี้ในทุกๆ ค่ำคืนได้ จะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา (บันทึกโดย อัลนาซาอี)

3. อัลลอฮฺ (ซ.บ) ทรงปกป้องให้ราห่างไกลจากสิ่งที่เป็นมักซียัต (สิ่งที่ไม่ดี) ทั้งหลาย

إِنَّ الَّذِينَ يَخْشَوْنَ رَبَّهُم بِالْغَيْبِ لَهُم مَّغْفِرَةٌ وَأَجْرٌ كَبِيرٌ

ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเขาโดยทางลับ สำหรับพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง” (ซูเราะฮฺ อัล-มุลกฺ อายะฮฺ 12)

4. ทำให้เราเป็นคนที่ตะวักกัล [มอบหมายต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ)]

ในซูเราะฮฺ อัล-มุลกฺ อายะฮฺ 15 อัลลอฮฺ(ซ.บ)ได้ชี้ชัดว่า ทุกๆ การกระทำในหน้าแผ่นดินนี้เพื่อแสวงหาริซกีจากอัลลอฮฺ (ซ.บ) สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจพร้อมมอบหมายต่ออัลอฮฺ (ซ.บ) แล้ว ดั่งอายะฮฺอัลกุรอานที่มีใจความดังนี้...

هُوَ الَّذِي جَعَلَ لَكُمُ الْأَرْضَ ذَلُولًا فَامْشُوا فِي مَنَاكِبِهَا وَكُلُوا مِن رِّزْقِهِ

ความว่า “พระองค์คือผู้ทรงทำแผ่นดินนี้ให้ราบเรียบสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงสัญจรไปตามขอบเขตของมันและจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระองค์

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ยา อัลลอฮฺ  แค่เราอ่านซูเราะฮฺอัล-มุลกฺในทุกค่ำคืน อ่านด้วยลักษณะที่สุภาพพร้อมศึกษาความหมายจากทั้ง 30 อายะฮฺในซูเราะฮฺนี้ เราก็จะเข้าใจว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ) กำลังจะสื่ออะไรให้บ่าวของท่านได้รับรู้ มาชาอัลลอฮฺเพียงไม่กี่อายะฮฺในซูเราะฮฺนี้ สามารถทำให้เราได้รับประโยชน์อย่างมากมายนานัปการ

แปลและเรียบเรียงโดย Karimah, Beritamuslim

ที่มาข้อมูล ummi-online.com


#มหัศจรรย์อัลกรุอาน_Islamic_Society_Online
#ปาฏิหาริย์แห่งอิสลาม_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัย"

วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561

7 เหตุผลที่มุสลิมทุกคนต้องอ่านอัลกุรอาน

7 เหตุผลที่มุสลิมทุกคนต้องอ่านอัลกุรอาน



อัลกุรอาน มาจากรากศัพท์ของคำว่า ( قرأ ) มีความหมายเดียวกับคำว่า ( تلا ) ซึ่งแปลว่าการอ่าน หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนจากรากศัพท์ให้เป็นคำนาม เพื่อที่จะหมายถึงคำพูดที่ถูกประทานลงมาให้กับท่านนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ว่า :

قال تعالى: { فَإِذَا قَرَأْنَاهُ فَاتَّبِعْ قُرْآنَهُ} سورة القيامة :  18

" ดังนั้นเมื่อเราอ่าน อัลกุรอาน เจ้าจงติดตามการอ่านนั้น "

อัลกุรอาน คือคำที่บ่งบอกถึงลักษณะ ( وصف ) เป็นคำที่ถูกแยกออกมาจากคำว่า ( القرء ) ซึ่งหมายถึง การรวบรวม ตัวอย่างเช่น " قرأت الشيء قرآناً " หมายถึง ฉันได้รวบรวมสิ่งหนึ่งเอาไว้

ท่านอิบนุลอะษีรได้กล่าวว่า เหตุที่เรียกว่า อัล-กุรอาน นั้นเพราะเป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ทั้งข้อสั่งใช้และข้อห้าม, คำสัญญาและคำขู่, อายะฮ์ต่างๆ และซูเราะห์ต่างๆ ( لسان العرب، ص 3563 )

คำนิยามของ อัล-กุรอาน ทางด้านวิชาการ

อัลกุรอาน คือ

“ คำพูดของอัลลอฮ์ ที่ได้ถูกประทานลงมาให้กับท่านนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) ถ้อยคำของ อัล-กุรอาน เป็นที่น่าอัศจรรย์ การอ่าน อัล-กุรอาน ถือเป็นอิบาดะฮ์ ถูกบันทึกไว้เป็นเล่มๆ ถูกถ่ายทอดมายังเราโดยสายรายงานที่ติดต่อกัน “ ( المدخل لدراسة القرآن الكريم، ص 21 )

และอีกความหมายหนึ่งคือ

“ คำพูดของอัลลอฮ์ ที่ถูกประทานลงมาให้กับท่านนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) เริ่มต้นด้วยซูเราะห์อัลฟาติฮะห์ และสิ้นสุดด้วยซูเราะห์อัลนาส “ (مناهل العرفان في علوم القرآن ، ص 20 )




7 เหตุผลที่มุสลิมทุกคนต้องอ่านกุรอาน


1. อัลกุรอาน เลียนแบบไม่ได้


อัลลอฮ (ซ.บ.) ท้าให้เราหาข้อหักล้างกุรอาน ยังไง? นบี (ซ.ล.) กล่าวว่า มนุษย์ไม่สามารถจะเขียนหนังสือเช่นนี้ได้ แม้ว่าจะใช้ความรู้ที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้ หรือจะให้วิญญาณต่างๆ มาช่วยก็ตาม กุรอานถูกเขียนไว้กว่าพันสี่ร้อยปีมาแล้ว และ ยังไม่มีใครหาข้อหักล้างความรู้ต่างๆ ในกุรอานได้เลย เรามีหนังสือเป็นหลายๆ พันล้านเล่ม แต่ไม่มีสักเล่มที่เหมือนอัลกุรอาน

2. อัล-กุรอาน ไม่ถูกดัดแปลง


อัล-กุรอาน เป็นคัมภีร์ศาสนาเล่มเดียวที่มีมานานและยังคงบริสุทธิ์ เหมือนกับครั้งแรกที่กุรอานถูกเขียนและกล่าวโดยนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ศาสนทูตของพระเจ้า กุรอานถูกเก็บรักษาไว้ ไม่มีการแต่งเติม สอดแทรก และไม่ถูกลบออกเลยนับตั้งแต่ได้มีโองการลงมายังนบี (ซ.ล.) นับเป็นเวลากว่าพันสี่ร้อยปีมาแล้ว

3. อัล-กุรอาน ไม่มีต่อจากนี้


กุรอานเป็นการเผยโองการต่างๆ ของพระเจ้าครั้งสุดท้าย หรือ คัมภีร์เล่มสุดท้าย พระเจ้าประทาน คัมภีร์เตาร็อต หรือ คัมภีร์ไบเบิ้ลเก่า  (Torah) แก่ศาสดามูซา หรือ โมเสส คัมภีร์ซะบูร (Psalms of David) แก่ศาสดาดาวูด หรือ เดวิด คัมภีร์อิลญีล หรือ คัมภีร์ไบเบิ้ลใหม่ (Gospel) แก่ศาสนาอีซา หรือ พระเยซู และ สุดท้าย คัมภีร์กุรอานแก่ศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) จะไม่มีคัมภีร์จากพระเจ้าลงมาอีกหลังจากคัมภีร์กุรอาน คัมภีร์เล่มสุดท้าย

4. อัล-กุรอาน โต้แย้งไม่ได้


กุรอานทนทานต่อการทดสอบ และพิสูจน์ต่างๆ มายาวนาน ไม่มีใครสามารถโต้แย้งความจริงของหนังสือเล่มนี้ กุรอานกล่าวถึงอนาคตแล้วก็เป็นจริง กล่าวถึงอดีตแล้วมันก็พิสูจน์ได้ว่าถูกต้อง กล่าวถึงรายละเอียดของปรากฏการณ์ทางด้านฟิสิกส์ซึ่งยังไม่มีใครมีความรู้ในเวลานั้น ได้ถูกค้นพบในเวลาต่อมาและได้พิสูจน์ว่ากุรอานนั้นถูกต้องมาตลอด หนังสือเล่มอื่นๆ ต้องถูกแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับความรู้สมัยใหม่ แต่กุรอานเท่านั้นที่ไม่เคยขัดแย้งกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกค้นพบ

5. อัล-กุรอาน เป็นแนวทางของชีวิตและหลังความตาย


กุรอานเป็นหนังสือนำทางชีวิตที่ดีที่สุด ไม่มีหนังสือเล่มไหนที่บอกอย่างเป็นระบบที่ครอบคลุมเกี่ยวเนื่องรอบด้านของชีวิตมนุษย์ กุรอานยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการรักษาความสุขตลอดกาลในชีวิตหลังความตาย และเป็นแนวทางที่แสดงให้เห็นว่าจะเข้าสวรรค์ได้อย่างไร

6. อัล-กุรอาน เป็นของขวัญของพระเจ้า


พระเจ้าไม่เคยทิ้งคุณลำพัง คุณถูกสร้างมาอย่างมีเหตุผล พระเจ้าบอกคุณว่าสร้างคุณมาทำไม ต้องการอะไรจากคุณและเตรียมอะไรไว้ให้คุณ ถ้าให้เปรียบเทียบ ถ้าคุณสั่งงานเครื่องจักรตรงข้ามกับที่เครื่องจักรถูกออกแบบมา คุณจะทำเครื่องจักรนั้นพัง ในทำนองเดียวกัน แล้วตัวคุณเองล่ะ? คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตซึ่งสร้างมาจากเจ้าของหรือยัง? กุรอานมาจากผู้สร้างคุณ มันเป็นของขวัญสำหรับคุณเพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ก้าวเดินไปอย่างสำเร็จ ลดความผิดพลาดให้น้อยลง มันเป็นการรักษาจากพระเจ้า มันทำให้เรามีความสุข จิตใจสะอาด มันลบล้างความสงสัยและนำมาซึ่งความสันติสุข

7. อัล-กุรอาน เป็นบัตรเรียกให้สื่อสารกับพระเจ้า


มนุษย์เป็นผู้ที่ต้องอย่ร่วมกันเป็นสังคม เราชอบที่จะสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญา มีความฉลาด กุรอานบอกเราว่าจะสื่อสารอย่างไร กับต้นกำเนิดของสิ่งมีปัญญา ต้นกำเนิดของชีวิตทั้งมวล นั่นคือ พระเจ้าองค์เดียว กุรอานบอกเราพระเจ้าคือใคร เราควรเรียกด้วยชื่ออะไร และวิธีสื่อสารกับอย่างไร เจ็ดสิ่งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะอ่านกุรอานอีกหรอ?

เตือนตนเอง เตือนทุกท่าน...

ที่มา: มหัศจรรย์อัลกุรอาน


#Quran_Islamic_Society_Online
#God_Islamic_Society_Online
#มหัศจรรย์อัลกรุอาน_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "7 เหตุผลที่มุสลิมทุกคนต้องอ่านอัลกุรอาน"

วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

ความรู้่เรื่องอัลกุรอานเบื้องต้น

ความรู้่เรื่องอัลกุรอานเบื้องต้น



อัลกุรอาน


อัลกุรอาน เป็นชื่อคัมภีร์ของศาสนาอิสลาม อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประทานอัลกุรอาน แด่ท่านศาสดามุหัมมัด (ช.ล.) โดยผ่านยิบรีล เพื่อให้ประกาศแก่มนุษย์ทั่วโลก

อัลกุรอาน ถูกประทานครั้งแรกในคืน อัลก็อดริ คืนอันจำเริญ ซึ่งเป็นคืนหนึ่งในเดือนรอมฎอน เดือนที่ 9 ของปีอาหรับ

อัลกุรอาน ถูกประทานลงมายังท่านศาสดามุหัมมัด (ช.ล.) เป็นระยะๆ ทั้งที่มักกะฮฺและมดีนะฮฺ ตามเหตุการณ์ รวมเวลา 23 ปี คือ ตั้งแต่ท่านศาสดามุหัมมัด (ช.ล.) อายุ 40 ปี ถึงอายุ 63 ปี

อัลกุรอาน คำตรัสของอัลลอฮฺ เป็นทางนำอันเที่ยงตรง ไม่มีความเท็จใดๆ ในอัลกุรอาน ไม่มีการแก้ไข ต่อเติม หรือ เปลี่ยนแปลง และไม่มีข้อความใดในอัลกุรอานที่ขัดแย้งกัน แต่จะมีข้อความ ที่อธิบายซึ่งกันและกัน

อัลกุรอาน เป็นภาษาอาหรับ แบ่งออกเป็นส่วน เรียก “ญุซ” มีทั้งหมด 30 ญุซ ถ้านับเป็นบท มี 114 บท บทในอัลกุรอาน เรียกว่า ซูเราะห์ แต่ละซูเราะห์ แบ่งออกเป็นโองการ เรียกว่า “อายะฮฺ”

อัลกุรอาน เป็นธรรมนูญแห่งชีวิตมุสลิม

อัลกุรอาน บอกทุกสิ่งทุกอย่างในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่การเคารพภักดีอัลลอฮฺองค์เดียว การปฏิบัติต่อพ่อแม่ การปฏิบัติตนต่อบุคคลอื่น การทำความดี และห้ามปรามความชั่ว จรรยา มารยาท การศึกษา ความอดทน การอาชีพ การเศรษฐกิจ การปกครอง การแต่งงาน การแบ่งมรดก การชำระหนี้ ประวัติศาสตร์ประชาชาติในอดีต ฯลฯ

มุสลิมทุกคนต้องอ่านอัลกุรอานให้ได้ และต้องอ่านเป็นประจำ รวมทั้งต้องศึกษา ให้เข้าใจความหมาย เพื่อที่จะได้เข้าใจพระบัญชาของอัลลอฮฺได้ถูกต้อง และเมื่อได้ยินเสียงอ่านอัลกุรอาน ทุกคนต้องเงียบ ตั้งใจฟังคำตรัสของอัลลอฮฺ เพื่อที่จะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺเพิ่มขึ้น
__________________________________________________________

อัลกุรอาน


อัลกุรอาน มาจากรากศัพท์ในภาษาอาหรับแปลว่า การอ่าน หรือ การรวบรวม อัลลอหฺ (ซบ) ได้ทรงประทานคัมภีร์อัลกรุอานแก่ นบีมุฮัมมัด (ศ) ซึ่งเป็นศาสนทูตคนสุดท้าย และคัมภีร์นี้ก็เป็นคัมภีร์สุดท้ายที่พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งมาให้แก่มวล มนุษยชาติ หลังจากนี้แล้วจะไม่มีคัมภีร์ใด ๆ จากพระผู้เป็นเจ้าอีก คัมภีร์กรุอานนี้ได้ประทานมาเพื่อยกเลิกคัมภีร์เก่า ๆ ที่เคยได้ทรงประทานมาในอดีตนั่นคือคัมภีร์เตารอต (Torah) ที่เคยทรงประทานมาแก่ศาสดามูซา คัมภีร์ศะบูร (Psalm) ที่เคยทรงประทานมาแก่ศาสดาดาวูด (David) และ คัมภีร์อินญีล (Evangelis) ที่เคยทรงประทานมาแก่ศาสดาอีซา (Jesus) เป็นคัมภีร์ที่บริบูรณ์ไม่มีการเพี้ยนเปลี่ยนแปลง ภาษาของอัลกุรอานนั้นคือภาษาอาหรับ ซึ่งเป็นภาษาของศาสดามุฮัมมัดนั่นเอง

การ ศรัทธาในคัมภีร์อัลกุรอานทั้งเล่มเป็นหลักการหนึ่งที่มุสลิมทุกคนต้องศรัทธา นั่นก็หมายความว่าหากไม่ศรัทธาในอัลกุรอาน หรือศรัทธาเพียงบางส่วนก็จะเป็นมุสลิมไม่ได้ เช่นเดียวกับที่ต้องศรัทธาว่าคัมภีร์อัลกุรอานที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีความ บริบูรณ์ภายใต้การพิทักษ์ของอัลลอหฺพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการสังคายนาอัลกุรอานเลยตั้งแต่วันที่ท่านนบีชีวิตจน กระทั่งถึงปัจจุบัน ด้วยพระประสงค์ของอัลลอหฺภาษาอาหรับจึงเป็นภาษาโบราณภาษาเดียวที่มีชีวิต อยู่จนกระทั่งวันนี้ได้ และได้กลายเป็นภาษามาตรฐานของประเทศอาหรับทั้งหลาย เป็นภาษาวิชาการของอิสลาม และเป็นภาษาที่ใช้ในการปฏิบัติศาสนพิธีของมุสลิมทุกคนทั่วโลก

ในราวปี ค.ศ.๖๑๐ เมื่อมุฮัมมัดนั่งบำเพ็ญตนอยู่ในถ้ำบนยอดเขาฮิรออ์อย่างที่เคยทำเป็นประจำ ญิบรีลฑูตแห่งอัลลอหฺก็ปรากฏตนขึ้น และนำพระโองการจากพระผู้เป็นเจ้ามีความว่า

จงอ่านเถิด ด้วยพระนามแห่งผู้อภิบาล ผู้ทรงให้บังเกิด พระองค์ผู้ทรงให้มนุษย์เกิดมาจากเลือดก้อนหนึ่ง
จงอ่านเถิด และพระผู้อภิบาลของเธอนั้นคือผู้ทรงใจบุญยิ่ง ผู้ทรงสอนมนุษย์ด้วยปากกา ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้...(อัลอะลัก)

ตั้งแต่ นั้นมา มุฮัมมัดก็ได้กลายเป็นศาสนฑูตของอัลลอหฺที่ต้องรับหน้าที่ประกาศศาสนาของอัล ลอหฺ นั่นคือศาสนาอิสลาม ที่ตั้งอยู่บนหลักการไม่บูชาสิ่งอื่นใดนอกจากอัลลอหฺ การวิวรณ์ การรับสาส์น หรือโองการจากอัลลอหฺนั้นเรียกในภาษาอาหรับว่า วะฮีย์ ศาสดามุฮัมมัดได้รับวะฮีย์เป็นคราวๆทะยอยลงมาเรื่อยๆ จากวะฮีย์แรกถึงวะฮีย์สุดท้ายใช้เวลา ๒๓ ปี ทุกครั้งที่วะฮีย์ลงมา ท่านศาสนฑูตจะประกาศให้สาวกของท่านทราบ เพื่อจะได้ไปประกาศให้คนอื่นทราบอีกต่อไป สาวกจะพยายามท่องจำวะฮีย์ที่ลงมานั้นจนขึ้นใจ และท่านศาสดาจะสั่งให้อาลักษณ์ของท่านบันทึกลงในสมุดที่ทำด้วยหนังสัตว์ กระดูก หรือสิ่งอื่นๆที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้
__________________________________________________________

คัมภีร์อัลกุรอานสุดยอดของวาทศิลป์


ชาวอาหรับสมัยนั้นเก่งกาจในเชิงกวีนิพนธ์ มีกวีลือนามปรากฏอยู่ทุกเผ่า ที่กะอฺบะหฺนั้นก็มีบทกวีที่แต่งโดยเจ็ดยอดกวีอาหรับ เขียนด้วยน้ำทองคำแขวนอยู่ ในงานแสดงสินค้าประจำปีที่ อุกาศ ในอาราเบีย ที่จัดให้อาหรับทุกเผ่าพันธุ์มาพบปะแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม ก็จะมีกิจกรรมที่สำคัญที่สุดร่วมอยู่ด้วยนั่นคือการประชันบทกวี

อันลักษณะของคัมภีร์อัลกรุอานนั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างร้อยแก้วและร้อยกรอง คัมภีร์อัลกรุอานจึงเป็นสิ่งท้าทายที่พิศดารสำหรับชาวอาหรับ เพราะเป็นร้อยแก้วมีความไพเราะได้โดยไม่ต้องใช้มาตราสัมผัสและบทวรรคตามกฏของกวีนิพนธ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวอาหรับฉงนใจว่า คนที่ไม่เคยแต่งโคลงกลอนและอ่านเขียนไม่ได้อย่างมุฮัมมัด จะต้องไม่ใช่ผู้แต่งอัลกุรอานเป็นแน่

อัลกุรอานแบ่งออกเป็นบท เรียกว่า ซูเราะหฺ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑๔ ซูเราะหฺ แต่ละซูเราะหฺ แบ่งเป็นวรรคสั้นยาวไม่เท่ากัน เรียกว่า อายะหฺ (แปลว่า สัญลักษณ์) ซึ่งอัลกรุอานมีอายะหฺทั้งหมด ๖๒๓๖ อายะหฺ ตามการนับมาตรฐาน (ดู คัมภีร์มาตรฐานที่พิมพ์โดยรัฐบาลซาอุดิอารเบีย) เนื้อหาในอัลกุรอานนั้นแบ่งได้สามหมวดคือ หนึ่งเกี่ยวกับหลักการศรัทธาต่ออัลลอหฺ พระผู้เป็นเจ้า ความเร้นลับที่มีอยู่ในและนอกกาละและเทศะ หมวดที่สองคือพงศาวดารของประชาติก่อนอิสลาม และคำพยากรณ์สำหรับอนาคตกาล หมวดที่สามเป็นนิติบัญญัติสำหรับมนุษย์ที่จะต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในแต่ละซูเราะหฺหรือแม้ในแต่ละวรรคอาจจะมีที่ระบุถึงสามหมวดในเวลาเดียวกัน

คัมภีร์ อัลกรุอานมีความมหัศจรรย์หลายอย่าง ประการแรกก็คือความไพเราะที่กวีทุกคนต้องยองสยบ ประการที่สองคือการเปิดเผยความลี้ลับของศาสตร์และวิทยาการแขนงต่าง ๆ ที่คนสมัยนั้นยังไม่ทราบ การเปิดเผยพงศาวดารในอดีต การพยากรณ์อนาคต การเปิดเผยความลี้ลับที่วิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ ดั่งเช่น การระบุถึงการขยายตัวของจักรวาล คลื่นใต้น้ำ และบทบาทของลมในการผสมพันธ์ของต้นไม้เป็นต้น

การที่ภาษาอาหรับเป็นภาษาที่ไม่แก่เฒ่าหรือตายเหมือนภาษาอื่นๆ และการที่วิทยาการที่มีระบุในคัมภีร์อัลกรุอานไม่เคยล้าสมัย อีกทั้งคำสั่งสอนของอัลกุรอานก็เอาหลักตรรกวิทยาและปัญญาเป็นพื้นฐาน คัมภีร์ที่เก่าแก่นานถึง ๑๔๐๐ ปีนี้จึงไม่ได้เก่าแก่ตามอายุ ทว่ายังใช้การได้ประดุจดังคัมภีร์นี้เพิ่งลงมาเมื่อวันนี้นี่เอง

ด้วยความมหัศจรรย์ของกรุอานดังที่กล่าวมาคือปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่ ที่อัลลอหฺได้ทรงประทานให้แก่ท่านนบีมูฮัมมัด เพื่อยืนยันว่า อัลกรุอานเป็นโองการของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริงไม่ใช่กวีนิพนธ์ของมนุษย์

และถ้าพวกเธอยังแคลงใจใน(อัลกรุอาน)ที่เราประทานแก่บ่าวของเรา พวกเธอก็จงนำมาสักบทหนึ่งเยี่ยงนั้น และจงเรียกผู้ช่วยเหลือของพวกเธอมา -นอกจากอัลลอหฺ- ถ้าพวกเธอแน่จริง

หลังจากศาสดามุฮัมมัดประกอบพิธีฮัจญ์ในมักกะหฺ อัลลอหฺก็ได้ทรงประทานโองการอันสุดท้าย นั่นคือ

วันนี้ฉันได้ทำให้ศาสนาของพวกเธอสมบูรณ์ และฉันได้ทำให้ความโปรดปรานของฉันที่มีต่อพวกเธอนั้นบริบูรณ์ และฉันได้เลือกให้อิสลามเป็นศาสนาของพวกเธอ (อัลมาอิดะหฺ ๓)

การ เรียบเรียงโองการนั้นไม่ได้ถือหลักระดับก่อนหลังเป็นหลัก ทว่าอัลลอหฺเป็นผู้ทรงกำหนดวิธีการเรียง โองการที่ลงมาตอนท่านศาสดาอพยพ ซึ่งที่เรียกว่า มักกียะหฺ ก็อาจจะเข้าไปอยู่ในบทที่มีโองการที่ลงมาหลังอพยพไปมะดีนะหฺ คือทีเรียกว่า มะดะนียะหฺ ก่อนญิบรีลจะมาฟังท่านศาสดาอ่านทบทวนโองการที่ได้รับปีละครั้งทุกๆปี แต่ในปีสุดท้ายก่อนท่านศาสดาจะเสียชีวิตนั้น ญิบรีลได้มาฟังท่านศาสดาอ่านทบทวนอัลกุรอานสองครั้งเพื่อความมั่นใจว่าท่าน ศาสดาได้จดจำโองการทั้งหมด โดยไม่มีที่ตกบกพร่อง ท่านศาสดาเสียชีวิตหลังจากโองการอัลกุรอานได้รวบรวมขึ้นเป็นเล่มบริบูรณ์

เนื่องด้วยอัลกุรอานเป็นธรรมนูญของอิสลาม จึงเกิดมีวิทยาการใหญ่ๆแตกแขนงมาจากอัลกุรอานหลายสาขา เช่น วิชาตัจญวีด ซึ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับการอ่านอัลกุรอานให้ถูกต้อง วิชาอุลูมอัลกุรอาน หรือที่เรียกว่า อุสูลอัลกุรอาน เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของอัลกุรอาน ศึกษาว่าโองการแต่ละโองการลงมาที่ไหนเมื่อไหร่และเหตุใด อันเป็นส่วนช่วยในการตีความหมายอัลกุรอาน หรือที่เรียกว่า ตัฟซีรอัลกุรอาน

ตั้งอดีตจนกระทั่งปัจจุบันได้มีนักปราชญ์อิสลามหลายสิบท่านที่ได้แต่งหนังสือตีความหมายอัลกุรอาน เราเรียกหนังสืออรรถาธิบายนี้ว่า หนังสือตัฟซีร และเรียกผู้แต่งว่า มุฟัซซิร การตีความหมายอัลกุรอานจะใช้หลักของอุลูมอัลกุรอานดังกล่าวบวกเข้ากับพระวจนะของท่านศาสดา ภาษาศาสตร์ และวิทยาการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันนี้ชาวมุสลิมจะอ้างอิงหนังสือตัฟซีรเก่า ๆ เป็นหลักในการเขียนตัฟซีรใหม่ หรือในการแปลความหมายอัลกุรอานเป็นภาษาอื่น ๆ


ที่มา : https://basictajweed.wordpress.com/


#Quran_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "ความรู้่เรื่องอัลกุรอานเบื้องต้น"

วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ความรู้่เรื่องตัจญ์วีดเบื้องต้น

ความรู้่เรื่องตัจญ์วีดเบื้องต้น




ตัจญ์วีดคืออะไร ?


ตัจญ์วีดคือ…

ตัจญ์วีด หรือศิลปะในการอ่านอัลกุรอาน เป็นวิชาอัลกุรอานสาขาหนึ่ง เป็นวิชาเกี่ยวกับการออกเสียงเมื่ออัลกุรอาน

เมื่ออ่านอัลกุรอาน มุสลิมจะ ฝึกฝนและเฟ้นหาผู้ที่มีน้ำเสียงที่ไพเราะ เพื่อให้การอ่านวจนะของพระเจ้าเป็นไปแบบที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อรักษาอัลกุรอานอยู่ในใจของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา อัลกุรอานเองได้สั่งให้มุสลิมอ่านอัลกุรอานเสียงอันไพเราะ พร้อมทั้งจะต้องทำตัวให้สะอาดในทั้งร่างกายและจิตใจในขณะที่อ่านกุรอานรวม ทั้งระมัดระวังในการอ่าน وَرَتِّلِ الْقُرْآنَ تَرْتِيلا {และเธอจงอ่านอัลกุรอานเป็นท่วงทำนองอย่างช้า ๆ} (มุซัมมิล:4)

เป้า หมายหลักของการส่งเสริมให้มีการอ่านกุรอานนอกจากเพื่อจะเป็นการ สร้างความพึงพอพระทัยให้กับอัลลอหฺแล้ว การอ่านกุรอานยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้อ่านได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ตนได้อ่าน อีกด้วย ทั้งนี้การอ่านอัลกุรอานก็มีบทบาทในการสร้างสังคมมุสลิมให้มีเอกภาพด้วย

รูป แบบของการอ่านกุรอานถูกกล่าวไว้ในฮะดีษมากมาย ซึ่งมีรายงายจำนวนมากกล่าวว่า ท่านศาสดาจะอ่านกุรอานด้วยเสียงอันไพเราะ ท่านจะหยุดทุกครั้งเมื่ออ่านจบแต่ละโองการ และท่านจะอ่านคำแต่ละคำในอัลกุรอานโดยการลากเสียงเพื่อให้เกิดความไพเราะ และในหมู่บรรดาสาวกของท่านศาสดา อะบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เป็นผู้ที่อ่านกุรอานได้ไพเราะที่สุด

ตามรายงานฮะดีษระบุ ว่า อัลกุรอานจะต้องถูกอ่านด้วยเสียงอันไพเราะและไม่ใช่เป็นทำนองแบบเสียงคร่ำ ครวญ เสียงของการอ่านกุรอานจะต้องเป็นในรูปแบบที่จะสร้างความยำเกรงให้เกิดขึ้นใน หัวใจของผู้ฟัง ดังที่อัลกุรอานได้กล่าวไว้ว่า وَإِذَا قُرِئَ الْقُرْآنُ فَاسْتَمِعُوا لَهُ وَأَنْصِتُوا لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ {เมื่ออัลกุรอานถูกอ่าน พวกเธอจงสดับตรับฟัง และจงนิ่งเงียบ เพื่อพวกเธอจะได้รับความเมตตา} (อัลอะอ์รอฟ:204)

การอ่านอัลกุรอานถูกเรียกว่าเป็น การอิบาดะหฺ ที่ต้องใช้ศิลปะมากที่สุดในการอิบาดะหฺทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เองในสมัยท่านศาสดา (ศ) การอ่านจึงถูกเรียกว่า “อิบาดะหฺที่แฝงด้วยศิลปะ”

[ข้อมูลจาก : http://www.siamic.com/siamicpedia/index.php?title=ตัจญ์วีด ]
__________________________________________________________


องค์ประกอบของการศึกษาตัจญ์วีด

การเรียนรู้เรื่องตัจญ์วีดมีส่วนประกอบด้วยกัน 5 ประการ

  1. ฮุรุฟ (พยัญชนะอาหรับ) คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ คุณลักษณะ และแหล่งออกเสียง
  2. มัด (จังหวะการอ่าน) คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านหุกุมมัดที่ยาว 2, 5 และ 6 จังหวะ
  3. หุกุม (หลักการอ่าน) คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับหุกุมอิซฮัร หุกุมอิดฆอม เป็นต้น
  4. วากอฟวาซอล (การหยุด – การต่อ) เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการ และสัญลักษณ์
  5. ฆอริบ (คุณลักษณะพิเศษ) คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับ คำที่มีหุกุมเฉพาะ และคำที่ต้องระมัดระวัง
_______________________________________________________


ความสำคัญของการศึกษาตัจญ์วีด


ความสำคัญของการเรียนตัจญ์วีดมีดังนี้

  1. อิมามอัซ-ซัมซู บิน อัล-ญาสารีกล่าวว่า “อัล กุรอานเป็นวาญิบ จะต้องอ่านด้วยตัจญ์วีด เป็นบาปสำหรับผู้อ่านที่ไม่อ่านตามหลักตัจญ์วีด และวิธีการเช่นนี้ที่มันถูกประทานมายังพวกเรา
  2. อัลลามะฮฺ เชค อับดุลบากี อัล-มาลากีกล่าวว่า “แท้ จริง บรรดาอุลามาอฺมีมติเอกฉันท์ว่า การอ่านอัลกุรอานแบบทำนองเหมือนนักร้องนั้น จนถึงมีการเพิ่มหรือลดเครื่องหมายสระ การอ่านสลับยาว-สั้น การออกเสียงผิดเพี้ยนไปจากเดิม ผู้อ่านอัลกุรอานดังกล่าวถือว่าฮาราม เป็นฟาซิก ส่วนผู้ฟังถือว่า ฮารามเช่นกัน
  3. มัซฮับชาฟีอี มีทัศนะเกี่ยวกับการเรียนตัจญ์วีดว่า “การ ดูแล การอ่านอัลกุรอานนั้น คือ การอ่านตามหลักตัจญ์วีดอันเป็นที่ยอมรับของผู้รู้กีรออัต ถือว่าเป็นสิ่งวาญิบ โดยไม่มีข้อคลางแคลงใจ และการอ่านเป็นอย่างอื่นถือว่า ฮารอมและน่ารังเกียจ
  4. ท่านเชคมูฮัมหมัด อัล-ฮุซัยนีกล่าวว่า “คำ ที่ว่า การอ่านตามคุณลักษณะที่ได้รับมาจาก บรรดาอิมามกีรออัต ถือเป็นคำสั่งที่ชัดเจน ที่กล่าวถึง การอ่านอัลกุรอานที่ยังไม่สมบูรณ์ หากเพียงอ่านจากคัมภีร์ตามลำพัง โดยไม่ได้ฟังการอ่านจากปากของผู้รู้

__________________________________________________________

บทบัญญัติของการศึกษาตัจญ์วีด


บทบัญญัติในการเรียนรู้เรื่องตัจญ์วีดมีดังต่อไปนี้

การเรียนตัจวีด เป็น ฟัรฏูกิฟายะฮฺ ในชุมชนหนึ่ง จะต้องมีผู้เรียนตัจวีดจนเข้าใจอย่างน้อย 1 คน

การอ่าน เป็น ฟัรฏูอีน ผู้อ่านทุกคนจำเป็นต้องอ่านให้ถูกต้องตามหลักตัจวีด

__________________________________________________________

จุดมุ่งหมายของการศึกษาตัจญ์วีด


จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้เรื่องตัจญ์วีดมีดังนี้
  1. เพื่อป้องกันลิ้นจากความผิดพลาดในการออกเสียง เวลาอ่านกุรอาน
  2. เพื่อให้อ่านอัลกุรอานตามที่ท่านนบีมูฮัมหมัดได้สอนไว้
  3. แสวงหาความโปรดปราณจากอัลลอฮฺ และผลตอบแทนในโลกนี้

__________________________________________________________

การอ่านอัลกุรอานให้น่าฟัง


การอ่านอัลกุนอานให้น่าฟัง หรือให้อยู่ในสำเนียงอาหรับ มีส่วนประกอบด้วยกัน 5 ประการ

  1. ต้องเรียนรู้ เเละฝึกให้ลมหายใจยาวเป็นอย่างดี (تحسين النفس)
  2. ต้องเรียนรู้ที่เกิดเสียงของมนุษย์เป็นอย่างดี (تحسين الصوت)
  3. ต้องเรียนรู้วิชาตัจญ์วีดเป็นอย่างดี (تحسين التجويد)
  4. ต้องเรียนรู้วิชาทำนองอาหรับเป็นอย่างดี (تحسين الغناء)
  5. ต้องปฏิบัติเป็นประจำให้ถูกต้อง (تحسين العمل)



#Quran_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "ความรู้่เรื่องตัจญ์วีดเบื้องต้น"

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

คลิปพบกุรอานเก่าแก่ที่สุดในโลก ยุคท่านนบี(ซล.) คาดมีอายุไม่น้อยกว่า 1,370 ปี

คลิปพบกุรอานเก่าแก่ที่สุดในโลก ยุคท่านนบี(ซล.) คาดมีอายุไม่น้อยกว่า 1,370 ปี




A Quran manuscript held at the University of Birmingham represents one of the oldest pieces of textual evidence of the Islamic holy book, according to radiocarbon analyses done by scientists. Photo: Cadbury Research Library, University of Birmingham




Subscribe to the WSJ channel here:
http://bit.ly/14Q81Xy

Visit the WSJ channel for more video:
https://www.youtube.com/wsjdigitalnet...
More from the Wall Street Journal:
Visit WSJ.com: http://online.wsj.com/home-page

Follow WSJ on Facebook:
http://www.facebook.com/wsjlive
Follow WSJ on Google+: https://plus.google.com/+wsj/posts
Follow WSJ on Twitter: https://twitter.com/WSJLive
Follow WSJ on Instagram: http://instagram.com/wsj
Follow WSJ on Pinterest: http://www.pinterest.com/wsj/
Follow WSJ on Tumblr: http://www.tumblr.com/tagged/wall-str


ที่มา : http://vdo.muslimthaipost.com/clip/2100/



#Quran_Islamic_Society_Online
Islamic Society Online



read more "คลิปพบกุรอานเก่าแก่ที่สุดในโลก ยุคท่านนบี(ซล.) คาดมีอายุไม่น้อยกว่า 1,370 ปี"

บทความแนะนำ

World Clock

Featured Posts

เรื่องราวของสองอารยธรรม : อารยธรรมของชาวไวกิ้งและมุสลิม

เรื่องราวของสองอารยธรรม : อารยธรรมของชาวไวกิ้งและมุสลิม โดย : Cem Nizamoglu และ Sairah Yassir-Deane ย้อนหลังไปถึงมีนาคม 2015 ข่าวเกี่ยวก...